〰️

Lab 133 — วงจร RC RL RLC กระแสสลับ (3D)

AC Circuits — เปลี่ยนความถี่ วัดความต่างศักย์คร่อมแต่ละอุปกรณ์ หารีแอกแตนซ์ และอ่านเฟสจากออสซิลโลสโคปสองช่อง

3D · three.js เนื้อหาเสริม นอกบทเรียน ม.6 KP Science simulation
วงจร
วัดคร่อม
R
L
C
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
โหมดการทดลอง
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
❓ ผลการทาย
📋 ตารางบันทึกผล
📈 กราฟ
🎯 หาค่า C และ L จากความชัน
C =µF
L =H
ความชัน X_C กับ 1/f = 1/(2πC) · ความชัน X_L กับ f = 2πL

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์

วิธีการทดลอง

  1. ทายผล แล้วเลือกวงจร RC แตะอุปกรณ์บนแผงหรือกดปุ่มวัดคร่อม เพื่อย้ายสายโวลต์มิเตอร์
  2. วัดคร่อม C เปลี่ยน f อย่างน้อย 5 ค่า กด 📝 บันทึกผล พิมพ์ I และ V โปรแกรมคำนวณ X = V/I ให้
  3. บนสโคป CH1 คือแหล่งจ่าย CH2 คือ V_R ซึ่งมีเฟสเดียวกับกระแส กด ปรับพอดี หรือเลือกช่องเอง อ่านเวลาห่าง Δt และคาบ T แล้วคำนวณ φ = 360° × Δt/T พิมพ์ลงตาราง ถ้ากระแสตามหลังให้ φ เป็นบวก
  4. เลือกวงจร RL วัดคร่อม L ทำซ้ำ และวัดคร่อม R ด้วย
  5. เขียนกราฟทั้ง 3 แบบ หาค่า C และ L แล้วตรวจในแผง 🎯
  6. เลือกวงจร RLC วัด V ทั้ง 3 อุปกรณ์ที่ความถี่เดียว เปรียบเทียบผลบวกกับค่าที่อ่านคร่อมแหล่งจ่าย
⚠️ เมื่อทำจริง ตรวจอัตราทนแรงดันของตัวเก็บประจุ เพราะความต่างศักย์คร่อมตัวเก็บประจุในวงจร RLC อาจสูงกว่าแหล่งจ่ายมาก ใช้ตัวเก็บประจุแบบไม่มีขั้วเมื่อต่อกับไฟสลับ

คำถามท้ายการทดลอง

  1. เหตุใดความถี่สูงจึงให้กระแสผ่านตัวเก็บประจุได้ง่ายขึ้น แต่ผ่านตัวเหนี่ยวนำได้ยากขึ้น
  2. เหตุใด V_R + V_L + V_C จึงไม่เท่ากับ V ของแหล่งจ่าย
  3. ในวงจร RC กระแสนำหน้าหรือตามหลังแหล่งจ่าย เพราะเหตุใด
  4. เหตุใดกราฟ X_L กับ f จึงไม่ผ่านจุดกำเนิดพอดีที่ความถี่ต่ำมาก

1. รีแอกแตนซ์

X_C = 1 / (2π f C) · X_L = 2π f L

ตัวเก็บประจุมีเวลาอัดประจุน้อยลงเมื่อความถี่สูง จึงต้านน้อยลง ตัวเหนี่ยวนำเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำต้านมากขึ้นเมื่อกระแสเปลี่ยนเร็วขึ้น จึงต้านมากขึ้น

2. อิมพีแดนซ์และเฟส

Z = √(R² + (X_L − X_C)²) · I = V / Z · tan φ = (X_L − X_C) / R

เมื่อ φ เป็นบวก กระแสตามหลังแหล่งจ่าย (ลักษณะตัวเหนี่ยวนำ) เมื่อ φ เป็นลบ กระแสนำหน้าแหล่งจ่าย (ลักษณะตัวเก็บประจุ)

3. เฟสเซอร์

V_R อยู่ในเฟสกับกระแส V_L นำหน้ากระแส 90° และ V_C ตามหลังกระแส 90° ค่าที่มิเตอร์อ่านได้เป็นค่าอาร์เอ็มเอส ซึ่งเกิดสูงสุดคนละเวลา จึงต้องรวมแบบเวกเตอร์

V² = V_R² + (V_L − V_C)²
🔍 ในแลปนี้ตัวเหนี่ยวนำมีความต้านทานลวด 5 Ω ที่ความถี่ต่ำจึงอ่าน V/I ได้สูงกว่า 2πfL เล็กน้อย และ R รวมของวงจรเป็น R + 5 Ω ไม่คิดความจุแฝงและการสูญเสียในแกน หลอดแสดงกระแสถือว่าความต้านทานน้อยมาก โมเดลเป็นสภาวะคงตัว ภาพกระแสบนแผงแสดงช้ากว่าจริงเพื่อให้มองทัน